“OPEC” คาด ความต้องการน้ำมันจะเพิ่มสูงในปีนี้หลัง ศก.ยุโรป-มะกัน ส่อเค้าฟื้นตัว



       รายงานข่าวในวันพุธ (12 มี.ค.) จากกรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรียซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของกลุ่มประเทศผู้ส่ง น้ำมันปิโตรเลียมเป็นสินค้าออก (OPEC) ระบุว่า ปริมาณความต้องการน้ำมันของโลกจะเพิ่มสูงขึ้นราว 1.14 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ หรือเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 50,000 บาร์เรลต่อวันจากการประเมินของโอเปกในเดือนก่อน

       ข้อมูลล่าสุดจากรายงานประจำเดือนของกลุ่มโอเปก สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับข้อมูลจากหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่งออกมาคาดการณ์เมื่อวันอังคาร (11) ว่า มีแนวโน้มที่ปริมาณความต้องการน้ำมันในตลาดโลกในปีนี้จะลดลง

       คำแถลงของโอเปกซึ่งมีสมาชิก 12 ประเทศระบุว่า แม้จะยังคงมีความท้าทายอยู่อีกมาก แต่ภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว รวมถึงสัญญาณเชิงบวกจากเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯ ทำให้สามารถเชื่อได้ว่าจะมีผลอย่างสำคัญต่อความต้องการน้ำมันในตลาดโลกตลอด ทั้งปี 2014 นี้

       อย่างไรก็ดี อับดอลลา ซาเล็ม เอล-บาดรี เลขาธิการใหญ่ของกลุ่มโอเปกซึ่งเป็นชาวลิเบีย และอยู่ในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2007 ออกมาระบุว่า แม้เศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯ จะมีแนวโน้มของการฟื้นตัว และมีแนวโน้มความต้องการด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่โอเปกกลับพบสัญญาณของความถดถอยในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่ โดยเฉพาะในจีน ซึ่งอาจมีผลต่อความต้องการสั่งซื้อน้ำมัน ไปใช้หล่อเลี้ยงการพัฒนาทางเศรษฐกิจในปีนี้ รวมถึงสถานการณ์ในยูเครนที่จะถือเป็นหนึ่งใน “ปัจจัยเสี่ยง” ที่อาจมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อความต้องการน้ำมันในตลาดโลก

       ในอีกด้านหนึ่ง รายงานของโอเปกระบุว่า ทางกลุ่มได้ปรับเพิ่มตัวเลขการผลิตน้ำมันของกลุ่มเป็น 30.12 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่อิรักสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันของตนได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งช่วยชดเชยการขาดหายไปของน้ำมันจากลิเบีย ประเทศสมาชิกโอเปกที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเมืองภายในประเทศ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

13 มีนาคม 2557

JoomSpirit