ยูเอ็นชี้ “โลกร้อน” ฉุดผลผลิตทางการเกษตร - ส่อแววทำ ศก.โลก “เสียหาย” นับล้านล้านดอลลาร์

หนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุน ระบุว่า เอกสารฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 จากทั้งหมด 3 เล่ม ซึ่งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลเขียนขึ้น โดยมีกำหนดนำออกเผยแพร่ในเดือนมีนาคม ภายหลังการประชุม 5 วันที่แดนอาทิตย์อุทัยปิดฉากลง
รายงานความยาว 3 เล่มชุดนี้ นับเป็นรายงานสรุปภาพรวมของสาเหตุ และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ตลอดจนแนวทางแก้ปัญหาชิ้นแรกที่ไอพีซีซีจัดทำขึ้น นับตั้งแต่ปี 2007

ร่างรายงานฉบับนี้ชี้ว่า หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอีกราว 2.5 องศาเซลเซียส ค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของโลกจะลดลง 0.2 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขดังกล่าวจะสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจเป็นมูลค่า 1.47 แสนล้าน ถึง 1.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อคำนวณเปรียบเทียบกับจีดีพีรวมของโลกในปี 2012

ทุกหนึ่งทศวรรษ ผลผลิตทางการเกษตรของโลกจะลดลงถึง 2 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และภัยแล้งเข้าครอบงำพื้นที่เพราะปลูก แม้ว่าความต้องการอาหารจะเพิ่มขึ้นตรงตามที่คาดการณ์ไว้ 14 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ร่างรายงานระบุ

นอกจากนี้ ผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากโลกร้อนยังมีดังเช่น การสูญเสียที่ดินเพราะน้ำทะเลขึ้นสูง ส่งผลให้ประชากรหลายร้อยล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่แถบชายฝั่ง โดยพื้นที่ซึ่งส่อแววจะได้รับผลกระทบมากที่สุด มีดังเช่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่างรายงานชี้

ร่างรายงานซึ่งจะถูกนำมาทบทวนพิจารณาในการประชุม ที่เมืองโยโกฮามา ในวันที่ 25-29 มีนาคมนี้ ได้เรียกร้องให้มีการออกมาตรการบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมอันสืบเนื่องมาจากสภาวะโลกร้อน เช่น โครงการป้องกันน้ำท่วม และการวิจัยว่าด้วยการป้องกันโรคติดต่อ

ในรายงานเล่มแรก ไอพีซีซีกล่าวว่า พวกเขามั่นใจยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ว่ามนุษย์เป็นต้นเหตุที่ทำให้โลกร้อน ทั้งยังพยากรณ์ว่าอุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3 ถึง 4.8 องศาเซลเซียสในศตวรรษนี้

คลื่นความร้อน น้ำท่วม ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลที่ขึ้นสูง คือส่วนหนึ่งของภัยคุกคามที่จะทวีความเลวร้ายยิ่งขึ้นตามอุณหภูมิของโลกที่ขยับขึ้น คณะกรรมการชุดนี้ระบุในรายงานซึ่งนำออกเผยแพร่ที่กรุงสตอกโฮล์ม ของสวีเดน เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว

ทางด้าน คริสเตียนา ฟีเกเรส เลขาธิการใหญ่ของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซี) กล่าวว่า รายงานฉบับนี้เป็น "นาฬิกาที่ปลุกโลก" ให้ตื่นขึ้นมาเผชิญสถานการณ์แห่งความเป็นจริง

"เพื่อฉุดมวลมนุษยชาติออกจากพื้นที่อันตรายร้ายแรง รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในทันที และจัดทำข้อตกลงในปี 2015" เพื่อยับยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เธอกล่าว


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2557

JoomSpirit