ญี่ปุ่นเล็งลดภาษีตามข้อตกลงทีพีพี

ญี่ปุ่นอาจยอมลดภาษีในสินค้าภาคเกษตรที่อ่อนไหวต่อราคาบางรายการ หลังสหรัฐและญี่ปุ่นเริ่มพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ ก่อนเข้าร่วมประชุมเจรจาตามข้อตกลงการค้าพหุภาคีที่สหรัฐเป็นผู้ริเริ่มในสัปดาห์หน้า

ข้อตกลงระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น สองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแปซิฟิกหรือที พีพี จะกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง หากได้รับความเห็นชอบจากบรรดาคู่เจรจาทั้ง 12 ชาติ ที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดประชุมในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

สหรัฐคาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องทีพีพี โดยมีเป้าหมายลดภาษีศุลกากรในกลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็น 40% ของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งกำหนดมาตรฐานร่วมกันในประเด็นอื่น ๆ ภายในสิ้นปีที่แล้ว แต่ยังคงเผชิญกับอุปสรรคในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงการที่ญี่ปุ่นปกป้องสินค้าอ่อนไหวภาคเกษตร เช่น ข้าว พร้อมกับที่ผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐก็เกรงว่า ทีพีพีจะทำให้ต้องเจอกับสภาพการแข่งขันจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

รัฐมนตรีเศรษฐกิจญี่ปุ่น "นายอากิระ อามาริ" แถลงว่า หากญี่ปุ่นไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายต่อผลิตภัณฑ์ทั้งห้าประเภท ที่ญี่ปุ่นเคยประกาศปกป้องเอาไว้ จะทำให้การเจรจาไม่บรรลุผล

ทั้งนี้ สหรัฐกดดันญี่ปุ่นอย่าง หนักให้ลดภาษีทุกชนิดในสินค้าเกษตรห้าประเภท คือ ข้าว เนื้อวัวและเนื้อหมู ผลิตภัณฑ์นม ข้าวสาลี และน้ำตาล ทั้งหมดนี้ประกอบด้วยสินค้า 586 รายการ

ขณะที่สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า สหรัฐกดดันสินค้าประเภทเนื้อวัวและเนื้อหมู และผลิตภัณฑ์นมเป็นพิเศษ ส่วนญี่ปุ่นต้องการให้สหรัฐกำหนดเวลาในการลดภาษีรถยนต์นั่งนำเข้า 2.5% และรถบรรทุกเล็ก 25%

อย่างไรก็ดี เกษตรกรญี่ปุ่นดู เหมือนคัดค้านการลดภาษีดังกล่าว แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ กำหนดให้ทีพีพีเป็นกลยุทธ์สนับสนุนการขยายตัว เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

นายอาเบะเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2555 โดยให้คำมั่นว่าจะฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย "ลูกศรสามดอก" ทั้งการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างมาก การใช้จ่ายทางการคลังและการดำเนินกลยุทธ์ที่สนับสนุนการขยายตัว อาทิ การลดกฎระเบียบและปฏิรูปเชิงโครงสร้าง แต่นักลงทุนหลายคนรู้สึกผิดหวังกับความก้าวหน้าของกลยุทธ์ดังกล่าว

หัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี "นายโยชิฮิเดะ ซูกะ" เปิดเผยว่า นับจากนี้ญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญไปที่ข้อตกลงทีพีพีมากขึ้น

ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่นในเดือนเมษายนนี้ ประสบปัญหาในการพยายามนำเสนอข้อตกลงทีพีพีให้ ได้รับการยอมรับภายในพรรคเดโมแครตของเขา หลังสมาชิกพรรคเดโมแครต ระดับสูงสองคนในสภาคองเกรส ต่อต้านการอนุมัติอำนาจการเจรจาด่วน เพื่อเร่งการเจรจาทีพีพี รวมทั้งการเจรจาข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรปด้วยเช่นกัน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557

JoomSpirit