นิวยอร์กไทม์สชี้ “การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย” ลดเหลือแค่ 0.6% จากเหตุวิกฤตม็อบยืดเยื้อ-โตโยต้าเปรยทบทวนแผนลงทุนใหญ่



       แต่นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2013 ที่ผ่านมาที่ไทยต้องตกอยู่ในสภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองเนื่องมาจากการ ประท้วงของกลุ่ม กปปส.ที่ผลจากการประท้วงยาวนานกว่า 3 เดือนเริ่มส่งผลถึงเศรษฐกิจประเทศ ประกอบกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคชะลอตัวลงจากสาเหตุการฉุด ตัวของการเติบโตเศรษฐกิจของจีนที่ต่ำลง และการลดกระตุ้นอัดฉีดเงินจากเฟดของสหรัฐฯ

       ล่าสุดตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลไทยได้ประกาศออกมา ในวันจันทร์ (17) ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจลดเหลือแค่ 0.6% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2013 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้านั้น แต่กระนั้นยังถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ต่างได้คาดไว้ ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจที่เพิ่งประกาศเมื่อวานนี้ (17) นั้นลดต่ำลงอย่างฮวบฮาบจากไตรมาสก่อนหน้านั้นที่ 2.7% และถือเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วมทั่วประเทศที่ทำให้ ภาคอุตสาหกรรมในประเทศเป็นอัมพาตเป็นเวลาหลายสัปดาห์

       นอกจากนี้ การเติบโตทั้งปียังลดลงเหลือแค่ 2.9% จาก 6.5% ในปี 2012 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เผย

       จากการประท้วงทางการเมืองในกรุงเทพฯที่เริ่มมาจากการแย่งอำนาจทางการ เมืองระหว่างฝ่ายต่อต้านและฝ่ายหนุนทักษิณ ชินวัตร เศรษฐีพันล้านและอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ถูกทำรัฐประหารในปี 2006 ซึ่งผู้ประท้วงกลุ่มกปปส.ได้ปิดถนนเส้นสำคัญๆในเมืองหลวงของไทยเป็นเวลาหลาย สัปดาห์ จนทำให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้องออกกฎหมาย พ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉิน 60 วันที่มีผลบังคับใช้ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล และเมื่อวานนี้ (17) กลุ่มผู้ประท้วงม็อบฝ่ายต้านได้เข้าล้อมทำเนียบรัฐบาลไว้ พร้อมทั้งขู่ที่จะไม่ให้ยิ่งลักษณ์ น้องสาวของทักษิณสามารถกลับเข้ามานั่งทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้ และในเช้าวันนี้ (18) ตำรวจปราบจลาจลพร้อมอาวุธภายใต้คำสั่งของยิ่งลักษณ์ได้ตรึงกำลังพร้อมกัน 5 จุด ทำเนียบฯ - มหาดไทย - พลังงาน - สะพานผ่านฟ้าฯ - ศูนย์ราชการฯ เพื่อสลายการชุมนุมกลุ่มผู้ประท้วง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดพื้นที่คืนจากบริเวณหน้ากระทรวงพลังงานได้ สำเร็จ ในขณะที่แกนนำม็อบประกาศยอมถูกจับกุมโดยไม่มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลเกิดขึ้น

       ส่วนในภาคอื่นๆ ของประเทศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น เกาะสมุย และภูเก็ต ยังไม่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากวิกฤตการเมืองในเมืองหลวง เพราะมีสนามบินท้องถิ่นตั้งอยู่

       กระนั้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยซึ่งถือเป็น 7% ของเศรษฐกิจประเทศ และเป็นภาพลักษณ์ของไทยในประชาคมโลกนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความไม่ สงบทางการเมือง เพราะมีหลายชาติได้เตือนให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเข้ามาท่องเที่ยวใน กรุงเทพฯ

       และเป็นผลจากการที่ม็อบ กปปส.ยังคงตั้งเวทีประท้วงลากยาวต่อไป ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจได้ลดลง ห้างร้านในย่านเศรษฐกิจต่างบ่นถึงยอดขายที่ลดต่ำลง การโฆษณาและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ในช่วงซบเซา โดย เฉพาะผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้าที่มีฐานการผลิตใหญ่ในไทยได้ส่ง สัญญาณเตือนในเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทอาจจะทบทวนแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในไทยหากการประท้วงยังดำเนินต่อไป โดยไม่มีสิ้นสุด

ซึ่งการจัดเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไม่มีมนต์ขลังพอที่จะผ่าทางตันทางการเมืองได้ จึงหมายความว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา งบประมาณที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้เทลงไปเพื่อการจัดเลือกตั้งครั้งล่าสุดไม่ทำ ให้เกิดผลใดเป็นรูปเป็นร่างมาขึ้น
       
       แต่ยังมีข่าวดีที่ตลาดหลักทรัพย์ของไทยและอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา ไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา และในวันจันทร์ (17) เบนช์มาร์กของ SET อินเด็กซ์ ได้เข้าใกล้ 1.6% ซึ่งถือเป็นการปิดที่สูงสุดนับตั้งแต่วันคริสมาสต์ที่ผ่านมา
       
       กระนั้นดัชนีได้ต่ำลง 7.4% นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2013 ที่ได้สะท้อนถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ที่การประท้วงทางการเมืองได้ย่างเข้าเดือนที่ 4 และทางออกในการแก้ปัญหาดูในเวลาอันใกล้มีน้อยเต็มทีทำให้นักวิเคราะหต่าง เพิ่มความวิตกว่า ไทยอาจจะเสียโอกาสในการขยายตัวด้านการคมนาคมและการพัฒนาด้านอื่นของประเทศ เพื่อดึงดูดความสนใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ
       
       “จากการที่วิกฤตทางการเมืองไทยยังไม่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะสิ้นสุดลง เมื่อใด เป็นผลให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจเริ่มดูแย่” คริสตัล ตัน นักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคจากสถาบันวิจัย แคปปิตอล อีโคโนมิกส์ ในสิงคโปร์ ได้วิเคราะห์ต่อว่า “การใช้จ่ายของรัฐบาลไทยมีจำกัดเนื่องจากเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ จึงทำให้ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โครงการเมกาโปรเจ็กต์ด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐต่างๆ ที่ได้ถูกระงับชั่วคราวไม่มีวี่แววว่าจะสามารถเริ่มโครงการได้เร็วๆนี้เพื่อ กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2014”
       
       และตันยังเสริมว่า “เศรษฐกิจของไทยไม่ได้รับผลกระทบอย่างเลวร้ายจากพิษการประท้วงข้างถนนในไตร มาสที่ 4 ของปี 2013 เหมือนอย่างที่เธอได้เคยคาดการณ์ไว้ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมทำให้คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเลวร้ายลงกว่านี้มากในอนาคตข้างหน้า”

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

 18 กุมภาพันธ์ 2557


JoomSpirit