OCED วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกอ่อนแอ

 
  เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี กล่าวเตือนในสัปดาห์นี้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2556 และ 2558 อาจเป็นไปได้อย่างน่าผิดหวัง สืบเนื่องจากความเสี่ยงหลายประการ อาทิ ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง และโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหวของเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรง อันเป็นผลจากการที่นักลงทุนเตรียมตัวรับมือกับการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
    โออีซีดีชี้ว่า ยูโรโซนเป็นภูมิภาคที่น่าเป็นห่วงที่สุดต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ด้วยอัตราเงินเฟ้อต่ำจนกระทบความต้องการภายในประเทศและการจ้างงาน ตลอดจนความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืด
    ทั้งนี้ ในรายงานคาดการณ์การเติบทางเศรษฐกิจในรอบครึ่งปีฉบับล่าสุด โออีซีดีปรับลดคาดการณ์การเติบโตของทุกประเทศในกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก หรือ จี- 7 โดยเวลานี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะเติบโตได้ 2.1% ในปีนี้ ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.6% เมื่อเดือนพฤษภาคม
    ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนคาดว่าจะเติบโตได้เพียง 0.8% ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 1.2% โดยเฉพาะเศรษฐกิจของอิตาลีถูกปรับลดลงสูงสุด จากเดือนพฤษภาคมที่คาดการณ์การเติบโต 0.5% แต่เวลานี้โออีซีดีประเมินว่าเศรษฐกิจอิตาลีจะหดตัว 0.4% ในปี 2557
    นอกจากนี้ โออีซีดียังปรับลดคาดการณ์การเติบโตในปี 2558 ของ 5 ประเทศในกลุ่มจี- 7 ยกเว้นแคนาดาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคาดการณ์ และอังกฤษที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยตัวเลขคาดการณ์ใหม่ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.1% ลดลงจาก 3.5% ส่วนยูโรโซนปรับลดลงเหลือ 1.1% อย่างไรก็ดี โออีซีดียังคาดหมายว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่ในปีหน้าจะสูงขึ้นกว่าปีนี้
    "การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจากภาวะวิกฤติยังไม่เพียงพอในหลายด้าน ปัจจัยการผลิตเหลือใช้ (Economic slack) ยังคงมีอยู่ แนวโน้มการเติบโตชะลอตัว และความไม่เท่าเทียมมีเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การขาดความสมดุลและความเสี่ยงจากภายนอกต่อเสถียรภาพทางการเงินยังคงอยู่" โออีซีดี ระบุ
    ในส่วนของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ โออีซีดีไม่ปรับเปลี่ยนคาดการณ์การเติบโของจีนจาก 7.4% เพิ่มคาดการณ์การเติบโตของอินเดียเป็น 5.7% และปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของบราซิลลงเหลือ 0.3% ในปีนี้
    โออีซีดีกล่าวว่า นโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่กำลังจะเดินสวนทาง โดยเฟดและธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) เตรียมยุตินโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
    อีซีบีประกาศลดดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือนในเดือนกันยายน พร้อมวางแผนซื้อตราสารหนี้ของภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี โออีซีดีกล่าวว่า มาตรการของอีซีบีอาจจะยังไม่เพียงพอกระตุ้นการเติบโตและอัตราเงินเฟ้อ พร้อมเรียกร้องให้อีซีบีนำมาตรการซื้อพันธบัตรขนาดใหญ่มาใช้ ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลด้วย
    นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อรองรับการปรับเพิ่มภาษีขายสินค้าเป็นรอบที่ 2 ซึ่งถูกกำหนดไว้ในปี 2558
    โออีซีดีแนะนำให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจให้รวดเร็วเพียงพอลดอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง อาทิ การเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ การจัดตั้งสหภาพธนาคารในยูโรโซนให้ลุล่วง ลดความซับซ้อนโครงสร้างภาษีในอินเดียและบราซิล ตลอดจนลดภาษีการจ้างงานในฝรั่งเศส
 
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,984 วันที่  18 - 20  กันยายน พ.ศ. 2557
JoomSpirit