“เทมาเส็ก โฮลดิงส์” ประกาศหันหลังให้เอเชีย เตรียมขยายการลงทุนในโลกตะวันตก ชี้อนาคต ศก.จีน-ตลาดเกิดใหม่ “ไม่รุ่ง”

 
 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2557
       รายงานข่าวล่าสุดที่มีการเผยแพร่โดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเทมาเส็กระบุว่า ทางบริษัทของตนซึ่งก่อตั้งกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1974 และมีพอร์ตการลงทุนทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 173,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.5 ล้านล้านบาท) เตรียมลดสัดส่วนการลงทุนในจีนและประเทศในอื่นๆ ในเอเชียลงอย่างสำคัญ หลังจากพบแนวโน้มที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของจีนและบรรดาประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอาจประสบภาวะ “ชะลอตัว”
       
       รายงานระบุว่า เทมาเส็ก โฮลดิงส์เตรียมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้วในโลกตะวันตกมากขึ้น หลังจากที่ในปีงบการเงิน 2013 ที่สิ้นสุดไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สัดส่วนการลงทุนของเทมาเส็กในโลกตะวันตกนั้นมีสัดส่วนคิดเป็น “ร้อยละ 40” ของพอร์ตการลงทุนทั่วโลกของเทมาเส็ก
       
       การปรับยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนครั้งสำคัญของเทมาเส็กครั้งนี้ ถูกระบุว่า เป็นผลพวงมาจากแนวคิดของของ“มาดามโฮ” หรือนางโฮ ชิง ซีอีโอของเทมาเส็กซึ่งเป็นภริยานายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุงแห่งสิงคโปร์ โดยรายงานข่าวระบุว่า มาดามโฮซึ่งติดอันดับหนึ่งใน “สตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก” จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ได้เสนอแผนการลงทุนใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “Look West” หรือการมองไปทางตะวันตก ให้แก่บอร์ดบริหารแล้ว และคาดว่าบอร์ดฯของเทมาเส็กจะให้ความเห็นชอบต่อการปรับยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนที่มุ่งหน้าสู่โลกตะวันตกในเร็วๆนี้
       
       รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในขณะนี้ทางเทมาเส็กได้เปิดสำนักงานด้านการลงทุนแห่งใหม่ของตน ในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร รวมถึงที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ แล้ว และถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เทมาเส็กเตรียมหันหลังให้กับเอเชียและเตรียมเดินหน้า “สยายปีกการลงทุน” ในโลกตะวันตกอย่างเต็มสูบ
       
       ในอีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุงแห่งสิงคโปร์ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าว ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้โดยยอมรับเป็นครั้งแรกว่า การลงทุนระยะยาวในเอเชีย ไม่ถือเป็น “อนาคตของเทมาเส็ก” อีกต่อไป
       
       ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่รายงานข่าวไปทั่วโลกว่า เทมาเส็ก โฮลดิงส์ ประกาศขายหุ้นมูลค่า 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 98,710 ล้านบาท) ที่ถือครองไว้ในกลุ่มบริษัท “ชินคอร์ป” ของไทย และถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการถอนตัวจากการลงทุนในเอเชียของทางเทมาเส็ก
JoomSpirit